ผู้ใหญ่บ้าน Hamburg

someone in Hamburg who try to be expert in something

Posts Tagged ‘การศึกษา

จัด University Ranking อย่างไรให้ดูดี

without comments

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับจุฬาฯ ก่อนที่ได้อันดับ 166 โดยการจัดของ Times Higher
Education ถ้าถือตามนี้ จุฬาฯ ดีกว่ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ในต่างประเทศหลาย ๆ มหาวิทยาลัย
ที่คนไทยนิยมไปเรียนด้วย

การจัดอันดับจะดีหรือไม่ดีนั้นต้องดูที่ดัชนีชี้วัด ว่าวัดด้านไหนอย่างไร ถ้าให้ความสำคัญกับรางวัล
โนเบล แค่นี้ลำดับก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว อนึ่งการจัดของ Times Higher Education นั้นใช้ดัชนีตลก จัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ใช้จำนวนนักศึกษาต่างชาติ
จำนวนอาจารย์ต่างชาติ  จำนวนอาจารย์ต่อนักเรียน เหล่านี้เป็นเรื่องที่มีเงินมากก็อันดับขึ้นได้
สบาย มหาวิทยาลัยไหนงบน้อยอันดับก็ตกถ้าตามตารางนี้

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกทำมาหลายปี เน้นเพื่อธุรกิจแน่นอนไม่ต้องเถียงกัน เมื่อไม่นาน
มานี้เยอรมันเริ่มมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศของตัวเองบ้าง คงเน้นที่การดูข้อดีข้อเสีย
ของมหาวิทยาลัยตัวเอง คนเยอรมันไม่ค่อยจะยอมรับอันดับเหล่านี้เท่าไหร่ บางคนพอบอกว่าที่
นั่นเป็นอันดับหนึ่ง อาจจะมีการหัวเราะงอหาย  การจัดอันดับของเยอรมันจึงออกมาเป็นการให้
เกรด และเน้นแยกประเภทของดัชนีชี้วัด

ใครอยากรู้ว่าการจัดแบบไม่เน้นธุรกิจเป็นอย่างไร ไปดูได้ที่ CHE University Ranking 
แล้วก็จิ้ม ๆ เอา คุณสามารถจัด Ranking โดยตัวคุณเองโดยเลือกดัชนีชีวัดเอง ซึ่งการจัดแบบ
นี้น่าจะเหมาะสมมากสำหรับเมืองไทย นักเรียนสามารถเลือกมหาวิทยาลัยได้ตรงตามความต้อง
การของตัวเอง

อันที่จริงถ้าเรียนระดับปริญญาตรี  การจัดของ Times Higher Education จะดูดีและมี
ประโยชน์มาก แต่พอเปลี่ยนเป็นระดับ โท เอก แล้ว ควรจะให้ความสำคัญกับจำนวนการตีพิมพ์
และการได้รับการอ้างอิง เป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะนั่นแสดงว่าอาจารย์ของคุณนั้น
ได้รับการยอมรับในระดับสากล

เพิ่มเติม ผลการจัดอับดับมหาวิทยาลัยไทย โดย สกอ.

Written by tsvhh

ตุลาคม 10, 2008 at 8:51 am

บันทึกโพสใน การศึกษา

Tagged with

การศึกษาเมืองไทยพังเพราะใคร ข่าวนี้น่าจะยืนยันได้

with 4 comments

  1. ศิริราชยันเด็กสอบได้ที่ 1 ของประเทศไม่สละสิทธิ เจ้าตัวเผยขอเรียนก่อนดร็อปคว้าทุน’คิง’
    มติชน
  2. แถลงโต้ที่1แพทย์อยู่ศิริราช — ข่าวสด

จริง ๆ ผมว่าการศึกษาเมืองไทยมันไม่ได้แย่อะไรนะครับ เพียงแต่มันพึ่งเริ่มต้นสู่วงกว้าง เพราะเมื่อก่อนการ
ศึกษาเป็นเรื่องของคนมีอันจะกิน มีเงินเหลือกินก็ส่งลูกไปเรียน ปัจจุบันการศึกษาเป็นเรื่องของทุกคนชาว
บ้านชาวช่องก็ส่งลูกเรียนกันจนเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว ไอ้คำพูดที่ว่า “ลูกฉันจบปริญญาทุกคน” ดูเหมือน
จะใช้ไม่ได้ ล่าสุดต้องพูดว่า “ลูกฉันจบด็อกเตอร์ทุกคน” อีกหน่อยค่านิยมเหล่านี้ก็คงจะหายไปเอง แล้ว
หันมาศึกษาหาความรู้ให้เข้ากับสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ สำหรับชีวิต

เรื่องนี้สำคัญนะครับเพราะบางคนอยู่นอกระบบมีอิสระทางความคิดแล้วก็ยังผลักดันตัวเองเข้าสู่ระบบเข้าสู่
กรอบอีก ไม่เข้าใจเหมือนกัน ก็น่าจะเป็นเพราะว่าสังคมไทยเวลาอ้าปากพูดก็จะถูกถามก่อนว่าจบอะไรมา
ถ้าไม่ตรงกับเรื่องที่พูดก็จะถูกข้อร้องให้เลิกเถียงเพราะว่า “แม่กูเป็นพยาบาล” (นัยว่าเถียงกันเรื่องรักษา
พยาบาล แม่กูเป็นพยาบาลกูก็ต้องรู้ดีกว่ามึง) (ขอบ่นเพิ่มหน่อย บางคนไม่เข้าใจเรื่องการเว้นวรรคของ
ภาษาไทย แทนที่จะไปศึกษาหาความรู้เรื่องการเว้นวรรคที่ถูกต้อง ดันไปใช้จุดเพื่อแสดงการจบประโยค
ต้องถามว่าการใช้จุดมันเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดหรือไม่ เพราะตราบใดที่เรายังไม่รู้ว่าเราควรจะเว้นวรรค
ตรงไหน เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าควรใส่จุดตรงไหน ขำไหม)

กลับมาเข้าเรื่องการแย่งชิงความเป็นที่หนึ่งของเด็กที่สอบเข้า ต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่วัฒนธรรมไทยนะ
ครับ แต่เป็นการสืบแนวความคิดจากอเมริกันชนโดยแท้ จำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ เคยเล่นกันกับเพื่อนจนถึงชั้น
ม. 1 ทีเดียว พอโตกว่านั้นถ้าใครไปเล่นก็ถือว่าเป็นเรื่องงี่เง่า การเล่นก็มีอยู่ว่า

“สัตว์อะไรตัวใหญ่ที่สุดในโลก” “อ๋อปลาวาฬน่ะสิ” “ไม่ใช่ปลาวาฬท้องแก่ต่างหาก” “ใคร
ว่าปลาวาฬชุบแป้งทอดโว้ย” “งั้นไอ้กะทะที่ทอดปลาวาฬสิวะใหญ่กว่า” … “แม่กูเป็นครูนะ
เดี๋ยวกูจะพ่อแม่กู” …

เรื่องนี้จบไงไม่รู้ แต่อาจจะไปถึงรัฐมนตรีได้เลย

เรื่องของข่าวคือเป็นการแย่งชิงความเป็นที่หนึ่งของประเทศ เริ่มจากมีการเสนอข่าวเด็กสาว(อัจฉริยะ–
คำฟุ่มเฟือยของคนไทยซึ่งหาตัวอย่างได้ทั่วไปตามมหาวิทยาลัย) อายุ 16 สอบได้ที่หนึ่งของประเทศใน
สาขาแพทย์ และเลือกเข้าแพทย์ศาสตร์จุฬาฯ เรื่องน่าจะจบลงปรกติ น่ายินดีกับเด็กเก่ง แต่แล้ววันต่อมา

นายวรัตน์ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงจริง แต่สามารถรักษาสิทธิ์ของตนเองไว้ได้ กระแสข่าวที่ว่าสละสิทธิ์ออกไปไม่ทราบว่าออกไปได้อย่างไร เพราะความจริงคือนักเรียนที่ได้อันดับ 1 ของกลุ่ม กสพท.ยังคงเป็นนักเรียนที่สอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

ทางจุฬาก็ออกมาโต้ว่า

ด้านน.พ.อดิศร ภัทราดูลย์ คณบดีคณะแพทย ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปีนี้นักเรียนที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ที่สอบเข้าคณะแพทย์ จุฬาฯ คือ น.ส.ธัญชนก ธีรรัตน์กุล จากร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ ได้คะแนน 79.9443 ซึ่งขณะนี้มารายงานตัว สอบสัมภาษณ์ และทำสัญญาการเรียนแพทย์ เมื่อจบแล้วจะชดใช้ทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามกรณีของนักเรียนทั่วไปเมื่อรายงานตัวแล้วและเรียนไปได้ระยะหนึ่ง หากได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็สามารถลาออกจากคณะเพื่อเดินทางไปต่างประเทศได้ โดยปกติแล้วเด็กที่ได้ทุนและลาออกไปศึกษาต่อจะได้ทุนเล่าเรียนหลวง ซึ่งเด็กส่วนใหญ่เมื่อได้ทุนนี้แล้วจะไม่ค่อยปฏิเสธ เพราะถือเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูล ดังนั้นก็จะสละสิทธิ์จากการเรียนแพทย์ เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

ถึงนักข่าวจะจ่อปากถามและตั้งคำถามนำ ถ้าเป็นผม ๆ ผมจะตอบว่า

เรื่องใครได้ที่หนึ่งนั้นไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเราทำอย่างไรให้หมอที่จบออกไปจากเรามีจริยธรรม และสามารถรักษาจรรยาบรรณได้

ดีนะที่เป็นข่าวการศึกษาพูดกันไม่กี่ฉบับและก็คงลงแค่วันเดียว ถ้าเป็นข่าวดาราละก็สนุก

Written by tsvhh

เมษายน 11, 2008 at 9:29 am

บันทึกโพสใน ขำ

Tagged with