Archive for the ‘การเมือง’ Category
The best of the best
เวลาที่มีการพูดถึงคำว่า Double Standard เกี่ยวกับเรื่องม็อบสีเสื้อ ผมอ่านแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าคนส่วนใหญ่จะตีความไปว่า ไม่จับเสื้อเหลือง ก็ต้องไม่จับเสื้อแเดงด้วยสิ
ซึ่งส่วนตัวผมเองมองต่างไป บ้านเมืองจะปล่อยให้ไม่มีกฏอย่างงั้นไม่ได้ อีกหน่อยก็ออกมาอ้างกันหมดทีคนนั้นทำอย่างงั้นไม่เป็นไร งั้นเราก็ต้องทำได้ด้วยสิประเด็นไม่ใช่
ไม่จับเสื้อเหลืองก็ต้องปล่อยเสื้อแเดง
แต่มันคือ จับไปให้หมดครับ เสื้อแดงคนไหนมันทำผิดกฏหมาย จับไปให้หมด นี่พูดจริงๆ ไม่ได้ประชด ก่อความเสียหาย นำรถแก๊ซมาเพื่อหวังก่อวินาศกรรม เผารถเมล์ พวกนี้ต้องไม่เอาไว้ แต่ขณะเดียวกันเสื้อเหลืองคนไหนที่ทำผิดกฏหมายก็ต้องไปจับด้วย ที่ปิดสนามบิน ที่ยึดทำเนียบ ควักปืนมายิงกลางกรุง พวกนี้ก็ต้องห้ามเอาไว้เด็ดขาดเหมือนกัน แกนนำปราศัยให้โค่นล้มอำนาจรัฐ ตัดน้ำตัดไฟสถานที่ราชการ D-Station ถ้ามันเข้าข่ายปลุกปั่นก็ปิดมันไป แต่ก็ต้องปิด ASTV ด้วย ถ้าทำได้อย่างงี้ คนที่ยืนอยู่ตรงกลางไม่มีใครไปด่าว่าอะไรรัฐบาลหรอกครับ แต่ปัญหาคือกับอีกฝั่งนึง รัฐบาลไม่กล้า จะด้วยความเกรงกลัวอะไร หรือด้วยความเป็นพวกเดียวกันก็แล้วแต่ มันเลยเกิดเป็นการเลือกปฏิบัติ มันยิ่งทำให้ภาพของการแบ่งพรรคแบ่งพวกมันชัดเจนยิ่งขึ้น สุดท้ายจะมาเรียกร้องความสามัคคี ซึ่งการเรียกร้องลักษณะนี้มันไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า “มึงยอมกูสิ“
จากคุณ
เรื่องน่าอ่านจาก บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
วัฒนธรรมไทยกับความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เอกลักษณ์ของประชาธิปไตยไทย ในกระแสประชาธิปไตยโลก
น่า เสียดายว่า นายนิโคเลดไม่ได้ยื่นขอพระราชทานอภัยก่อนถูกจำคุก หาไม่พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงทราบพระเนตรพระกรรณก่อนศาลพิพากษาอาจ “หลั่งมาเหมือนฝนอันชื่นใจ” ให้มีการถอนฟ้องดังเช่นที่ปรากฏข้อเท็จจริงในหลายกรณี และผู้ที่รู้เรื่องนี้ดี คือ อัยการสูงสุด และอัยการที่รับผิดชอบคดี
พระ เมตตาและพระกรุณานี้ทรงพระพฤติปฏิบัติมาโดยตลอด โดยเราและผู้วิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายอาจไม่รู้ เพราะไม่เคยมีข่าว คนที่ได้รับพระเมตตากรุณาเท่านั้นที่จะรู้และเป็นพยานได้ เรื่องนี้ ถ้าไปถามนักวิชาการอิสระที่ใครๆ นับถือและเรียกอาจารย์ทั้งประเทศ ที่ถูกดำเนินคดีหลายครั้งหลายครา แต่ได้รับพระมหากรุณาไม่เอาความ ก็จะได้รับคำยืนยันได้!
ตรงนี้อาจารย์ได้เสนอทางออกระยะสั้น ส่วนทางออกระยะยาวนั้นอาจารย์พูดว่า
ผู้ เขียนในฐานะคนไทยและนักกฎหมายเห็นว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการดูหมิ่นหมิ่น ประมาทคนไทยทั้ง 3 กลุ่ม โดยเฉพาะความผิดฐานหมิ่นพระบาทเดชานุภาพนั้นสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่าง ประเทศ หลักรัฐธรรมนูญนานาอารยประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สอดคล้องกับหลักอาชญาวิทยาว่าด้วยการกำหนดความผิดไม่ขัดหลักประชาธิปไตย
และ เป็นข้อจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกที่มีเอกลักษณ์ของตนเองตามหลักจริยธรรมและ วัฒนธรรมไทยที่คนไทยส่วนใหญ่ยึดถือ ไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติแต่ อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ก็สมควรมีการปรับปรุงการใช้บังคับกฎหมายดังกล่าว ไม่ให้ใช้พร่ำเพรื่อเกินขอบเขต
โดย น่าจะนำแนวทางกฎหมายนอร์เวย์มาปรับใช้ กล่าวคือ คดีความผิดในกลุ่มที่ 3 ซึ่งรวมการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทประมุขของรัฐต่างประเทศนั้น ผู้กล่าวหา สอบสวน และฟ้องร้อง คืออัยการสูงสุดแต่ผู้เดียว เพื่อมิให้มีการกล่าวหากันได้ง่ายๆ ดังที่เป็นอยู่
และต้องยอมรับ ร่วมกันว่า การใช้ดุลพินิจของอัยการสูงสุดนั้นเด็ดขาด จะนำไปฟ้องร้องในทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครองมิได้ เพื่อมิให้มีใครนำอัยการสูงสุดไปฟ้องศาลนั้น กระทำผิดอาญาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และศาลฎีกาเคยตัดสินลงโทษจำคุกอัยการที่สั่งไม่ฟ้องมาแล้วในคำพิพากษาศาล ฎีกาที่ 3509/2549
ข้อเสนอในบทสรุปนี้ในที่สุดก็จะมีคนแย้งเพื่อคงไว้ซึ่งประโยชน์ทางการเมือง ด้วยประโยคเดิม ๆ ว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน จะให้อัยการสูงสุดติดสินใจคนเดียวได้อย่างไร
แล้วก็เงียบ ประเทศไทยก็แบบนี้ คิด เสนอแนะ รับใส่หัว คนรับคืนคนที่ไม่มีหน้าที่ และไม่คิดจะทำหน้าที่ คนมีหน้าที่ก็ไม่ทำ ไม่อ่าน ไม่สน คนเสนอแม่งก็เสนอลูกเดียว
งานเลี้ยงของพรรคร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง
“ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนอาหารนั้นได้สั่งอาหารอิตาเลียน โดยจะเสิร์ฟอาหาร เช่น พาสต้ากุ้งมังกร แกะออสเตรเลีย เนื้ออบ ปลาค้อดย่าง ส่วนของหวานเป็นช็อกโกแลตมูส และราสเบอร์รี่มูส และเสิร์ฟไวน์แดง KANONKOP ปี 2004 ผลิตจากประเทศแอฟริกาใต้”
หนีเสือปะจรเข้มั้ง เสื้อเหลือง
กำจัดคนโกง หรือ ทำให้การโกงไม่มีประโยชน์
ไม่ว่าใครต่อใครในประเทศไทย ก็มักจะพูดพร่ำเพรื่อว่าเราต้องกำจัดคนโกงให้สิ้นซาก ซึ่งก็คือต้องกำจัด
ตัวเองด้วย เพราะยากนักที่จะหาคนที่เกิดมาแล้วไม่เคยโกง ดังนั้นการจำกัดคนโกงให้สิ้นซากจึงเป็นเรื่อง
ไร้สาระที่คนสิ้นคิดพยายามจะพูดให้ดูดี
แม้นักการเมืองโกงจะเป็นคนกลุ่มน้อย ก็ใช่ชาติหน้าจะจำกัดได้หมด ต่อให้ท่าน จ. เกิดอีกสิบชาติแล้วใช้
อำนาจศาลในทางที่ตัวเองคิด (ไม่ยืนอยู่บนหลักการ) ก็ไม่มีทางจำกัดนักการเมืองโกงได้หมด ผมนั่งคุย
กับอาจารย์ที่ปรึกษาที่เยอรมัน ก็ถามไปตรง ๆ ว่าเยอรมันไม่มีการซื้อเสียงเหรอ อาจารย์ก็ตอบว่าซื้อไป
ก็ไม่คุ้ม จ่ายเงินแล้วก็ไม่รู้จะได้ผลตามนั้นหรือเปล่า ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือการใ้ห้ความรู้ประชาชนไปเรื่อย ๆ
คือทางเดียวที่จะลดคนโกงลงได้ นี่ไปไม่รวมไปถึงบทสนทนาเรื่องแนวคิดการเมืองใหม่นะ เพราะมันไร้
สาระจนสนทนาต่อไม่ได้
มีคนออกมาพูดว่าการปิดศาลร้ายกว่าปิดสนามบิน พูดเพื่ออะไรฟะ พูดให้การปิดสนามบินดูดีกว่าการปิด
ศาล คิดไ้ด้เท่านั้น แถมยังบอกว่าการทำให้ศาลทำงานไม่ได้นั้นเป็นอันตรายมาก อ้าวแล้วการทำให้
รัฐบาลทำงานไม่ได้เนี่ยคืออะไร สมองมีเท่าเมล็ดถั่วนี่เอง ถ้าพวกท่านจะลดคนโกงให้ได้ พวกท่านต้อง
ยึดระบบให้มาก พวกท่านต้องสร้างระบบศาลราคาถูกให้กับคนจน
ผมชอบนายกคนใหม่นะ หน้าตาดี การศึกษาดี ครอบครัวดี แถมถูกเชื่อว่าเป็นคนดี และเป็นนักการเมือง
ที่ใช้ได้ (ตอแหลเก่งพอตัว–กลืนน้ำลาย) พูดภาษาอังกฤษได้ดี เรียกว่าน่าจะดี สิ่งที่ขอร้องอยากให้ทำ
ก็คือเป็นนายกแล้วต้องดำเนินคดีกับทั้ง นปช. และ พธม. ไม่ละเว้น โดยเฉพาะคนในพรรค ถ้าเป็นผมก็
จะเร่งคดี พธม. ก่อน เพื่อดับอารมณ์ นปช. จากนั้นก็ดำเนินคดี นปช. ต่อไป แค่นี้ก็ได้เสียงจากพลังเงียบ
อักโข เรียบร้อยแล้วจะแก้รัฐธรรมนูญก็แก้ไป พรรคที่ตายแล้วอย่าง ปชป. ก็ไม่ต้องสนใจมาก
กลางกลวงกับตีกินอวุโส
อ่านบทความในมติชนเป็นปกติ มติชนเป็นสื่อที่ไม่เป็นกลาง แต่เป็นสื่อที่ยอมให้ทั้งสี่ฝ่ายสามารถ
เข้ามาต่อสู้ในเวทีของตนได้ คนอ่านต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย หลังจากที่ช่วงหนึ่งคุ้ยความไม่ดีของ
ฝ่ายรัฐบาลหนักหน่อย ตอนนี้ฝ่าย พธม. ก็โดนคุ้ยเยอะหน่อย ยิ่งเรื่องชนชั้นสูงลดตัวมาให้คนขับ
รถไฟปลุกระดมยิ่งเป็นสิ่งที่น่าตลกยิ่งนัก ดีที่มีข่าวผีโกตั๊กมากลบ นี่ถ้าผมเป็นเจ้าของโกเต๊กผม
ฟ้องไปแล้ว
คราวนี้มาดูกลางกลวงระดับอวุโสบ้าง
"มหาสยามยุทธ" โดย นพ. ประเวศ วะสี
อ่านแรก ๆ ไม่ได้ดูชื่อคนแต่ง (ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มจะอ่านได้ ไม่ใช่บทความทุกเรื่องจะอ่านดี)
อ่านจบรู้สึกดี ก็เลยอยากรู้ว่าใครแต่ง กลายเป็นราษฎรอวุโส ท่านนี้ ถ้าท่านทิ้งช่วงอีกสักหน่อย
ให้ข่าวปฏิวัติมันซาลงอีกซักหน่อย ก็จะดีนะครับ เขียนออกมาตอนนี้นอกจากจะไม่กู้ชื่อแล้วยังทำ
ให้ซากเน่าอีก
เรามาเลือกข้างที่สี่กันดีกว่า
เห็นใคร ๆ ก็มีแถลงการณ์กัน มีหลายแบบทีเดียวไม่ว่าจะโทษรัฐบาล โทษ พธม. โทษนายกฯ
สุดท้ายก็ไม่มีใครยอมเสียสละตัวเอง การลาออกของ เตช บุญนาค ไม่ว่ามองทางด้านไหนก็
ไม่ควรลาออก
- ถ้าเห็นว่า ครม. เลวทั้งคณะ การที่มีคนที่ดีเข้าไปสอดแทรก ย่อมต้องทำให้เกิดการ
ยับยั้งความเห็นที่จะไปในทางเดียว โดยเฉพาะถ้าคน ๆ นั้นเคยทำงานในฐานะฑูต
ด้วยแล้ว การพูดในโอกาสต่าง ๆ ย่อมต้องไม่ได้ด้อยไปกว่า ชวน หลีกภัย แล้วจะพูด
เพื่อผลักดันให้ ครม. เห็นคล้อยตามบ้างไม่ได้เชียวหรือ - ถ้าเห็นว่าแกนนำ พธม. เลวทั้งคณะ การที่มีคนดีในสายตาของ พธม. ทำงานในครม.
ย่อมต้องดีกว่าไม่มีคนที่ พธม. เห็นดีเห็นงามเลย ดูได้จากกรณีเขาพระวิหาร
เห็นได้ว่านายอนันต์ อดีตนายกฯ นั้นเห็นแก่ตัวสุด ๆ ที่บอกว่าคนดีในสายตาเขาไม่ควรจะไป
ทำงานร่วมกับคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นโจร เพราะถึงจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ คนเหล่านั้นก็สวมหัวโขน
ในการบริหารประเทศ จะสั้นจะยาวก็ต้องมีการตัดสินใจ
ภาพของความเห็นแก่ตัวของคนชั้นนำของประเทศนั้นชัดเจนมาก ๆ ทำไมคนชั้นนำ คนที่มี
การศึกษาสูง คนที่สืบทอดมาจากนามสกุลที่สูงส่ง ไม่คิดจะเสียสละ กลัวแต่จะเปลืองตัว
กลัวว่าทำอะไรผิดแล้วคนจะด่าหยาบคาย กลัวว่าเพื่อนจะว่าว่าไปเล่นของสกปรก
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลือกทางเลือกที่สี่ เพราะเราไม่ใช่รากหญ้า เราไม่ใช่ฝ่าย พธม. เราไม่
ใช่ฝ่ายนักวิชาการหรือผู้ดีบนหิ้ง พวกเราเป็นคนที่อยากให้ประเทศชาติเจริญในทิศทางที่ควร
จะเป็น พวกเราเองต้องเสียสละ
เรามาหาพรรคการเมือง จะตั้งใหม่ สนับสนุนพรรคเดิม หรือสนับสนุนกลุ่มคนในฝ่ายนักวิชา
การหรือผู้ดีบนหิ้งให้เสียสละบ้าง (ไม่ได้พูดว่าสนการเมือง ก็ลงไปเล่นการเมืองสิ) มา
เปลืองตัวกับพวกเราบ้าง พูดง่าย ๆ เลือกคนดีเข้าสภาฯ แต่ไม่เสนอตัวให้พวกเราเลือก แล้ว
ก็ไม่ถูกใจพวกท่านอีก พวกท่านนั้นไม่ยอมเสียสละ พวกท่านไม่เคยเดือดร้อนไม่ว่านโยบาย
ของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร เสียสละกันบ้าง
ว่าแต่พรรคไหนดีที่จะเป็นทางเลือกที่สี่
นี่คือสงครามยุคเก่า
นี่ไม่ใช่สงครามยุคใหม่ เป็นสงครามยุคเก่าแต่ใช้เทคโนโลยีใหม่เข้าช่วย รบแบบโบราณอย่างนี้ก็
เข้าทางคนแก่เขี้ยวลากนะสิครับ โง่จริง ๆ ทาง PAD คงต้องก่ายหน้าผากว่าตูไม่น่าเชื่อจำลอง
เลย รบวันแรกเหมือนถูกหลอกให้ชนะ ขึ้นวันที่สองแพ้ราบคาบ ต้องมาดูว่ากองทัพ PAD จะมี
สุมาอี้มาด้วยหรือเปล่า อาจจะไม่ได้มาด้วยแต่ไอ้โม่งสองตัวถูกประกาศออกมาแล้ว ไอ้โม่งตัวนั้น
เป็น CIA มาก่อน อีกคนก็ใช่ย่อย งานนี้ไม่มีเขาพระวิหารมาช่วยแล้ว ต้องดูว่าติดอยู่ในบ่อไฟแล้ว
ฝนจะตกช่วยหรือเปล่า
PAD จะอดทนสองวัน แต่ รบ. จะอดทนถึงวันเสาร์ PAD มีแต่เหนื่อยอ่อน และ รบ. ก็สร้างหลัก
ฐานไปเรื่อย ไม่ใช่เพื่อจับแต่เพื่อให้ปชช. เพิ่มความเกลียดชัง PAD ไม่ร่วมเพิ่ม คนเก่าก็เหนื่อย
กลับบ้านบ้าง ในขณะที่แกนนำออกมาได้ไม่ได้ศาลเป็นตัวกำหนด คิดว่าโดนหมายจับแน่นอน
งั้นก็ออกไม่ได้ จะทำอย่างไร รัฐบาลจะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเหลือหลักหนึ่งหมื่นแล้วประกาศสลาย
ในตอนกลางดึก ตีสาม หรือตีสี่ คนหลับ ๆ แล้วถูกปลุก แล้วมีเสียงเคาะกระบองก็วิ่งอย่างเดียว
ครับ แต่พวกนักรบศรีวิชัยร้ายจริง ๆ พกใบกระท่อมทุกคน ไม่เหนื่อย แต่ซวยเล็กน้อยที่รบ. รู้แล้ว
ผมเอาใจช่วยนะครับให้ไม่มีการนองเลือด ไหน ๆ เขาก็จะยุบพรรคอยู่แล้ว ก็ไม่น่าเป่านกหวีด
ก็เงินมันหมดนี่นา
ระวัง หวยออกที่ "อานันท์"
ผมอ่านข่าวนี้จากประชาชาติธุรกิจด้วยความงง นั่งคิดอยู่ครึ่งคืนกว่าจะรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
ที่แท้ก็หมายถึง ตีกันเกินขอบเขต สุดท้ายก็ได้รัฐบาลจากการแต่งตั้งรอบสอง แต่ไม่ต้อง
รัฐประหาร ?
จริง ๆ ผมไม่ชอบนายอานันท์เลย เพราะไม่ติดดิน อย่างนายชวนหรือสมัคร ยังไงก็ดูติด
ดินดี ถ้าให้อานันท์เป็นอีกเมืองไทยก็จะผูกติดกับระบบเจ้าขุนมูลนายอีก คิดว่าทางฝั่งโน้น
คงไม่ยอม
ผมเห็นว่าในขณะที่ศาลแข็งปึกอย่างนี้ ก็ปล่อยให้เป็นไปแบบนี้ แค่หาระบบทวนสอบศาล
ที่รัดกุมก็น่าจะพอ คนเราลองรู้ว่าหน้าที่ของตัวเองมีขอบเขตแค่ไหนย่อมต้องรักษาหน้าที่
รักษาอำนาจ ทีนี้ถ้าการรักษาอำนาจถูกตรวจสอบ การจะรักษาอำนาจได้ก็ต้องอาศัย
ความถูกต้องเท่านั้น (ดนดีอาจจะทำผิดเพราะจำใจ คนไม่ดีก็อาจจะทำถูกต้องเพราะจำใจ
ก็เป็นเรื่องปกติ) ดีกว่านะ อย่าให้ภาพผู้ดี พูดเพราะมาครอบงำ และใช้เป็นเครื่องตัดสิน
ว่าใครดีใครเลวอีกเลย
อยากรู้ว่าใครดีใครเลวหรือคิดอย่างไรให้ดูหนังสือที่เขาเหล่านั้นเขียน หนังสือพิมพ์แล้ว
พิมพ์เลย เรียกว่าจารึก (ประโยคแรกยืมอาจารย์ธงชัยมา)
สับสน
มีคนหนึ่งพูดว่า
น่าสนใจมากว่าระหว่าง “ตรวจสอบเข้มข้นจนทำอะไรไม่ได้” กับ
“ไม่ตรวจสอบอะไรเลยจนโกงกิน” สังคมไทยจะหาจุดสมดุลย์ได้
ตรงไหน และอย่างไร
ผมว่าผู้พูดต้องสับสนอะไรบางอย่างแล้วครับ เป็นไปได้อย่างไรกับคำพูดแรกคือ “ตรวจสอบ
เข้มจนทำอะไรไม่ได้” มันจะเกี่ยวกันได้อย่างไร ตรวจสอบเข้มยิ่งต้องทำอะไรได้ถนัดมือถ้า
บริสุทธิ์ใจ
ข้อเสียของระบบตรวจเข้มคือการไม่มีผู้ตรวจสอบผู้ตรวจสอบนั่นเอง ปัจจุบันผมเองไม่เข้าใจ
เรื่องกฎหมายของการหมิ่นศาล เป็นไปได้อย่างไรที่ศาลจะตัดสินโดยไม่มีผิดพลาด ถ้าดูตาม
นี้แล้วผู้พิพากษาอาจจะเป็นอาชีพเดียวที่ให้คุณให้โทษคนอื่นได้โดยไม่ผิด ไม่มีใครสามารถ
ฟ้องร้องได้ อย่างดีก็ยื่นคำร้องต่อศาลที่สูงขึ้นไป ใครรู้ช่วยตอบด้วย
สุดยอดแห่งเดือน
ส่วนกรณีที่ครม.ยอมปรับปรุงถ้อยคำในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา โดยเปลี่ยนคำว่า
‘แผนที่’ เป็น ‘แผนผัง’ นั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า คิดว่าคงมีคนเริ่มดูเนื้อหาใน
แถลงการณ์อย่างละเอียดขึ้น หากตั้งใจดูจริงๆ ก็จะเห็น จึงมีความเป็นไปได้ที่รัฐมนตรีบางคน
จะเริ่มไหวตัวหลังดูแถลงการณ์ข้อ 4 ซึ่งเมื่อครม.มีทีท่าเช่นนี้คงต้องรอดูว่ามติครม.ใหม่ที่
ออกมาจะส่งผลให้มี การปรับแถลงการณ์ร่วม 2 ประเทศหรือไม่ เรื่องนี้มันเผลอกันได้ ถ้า
เผลอแล้วแก้ไขอย่างลูกผู้ชาย ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าชมเชย
ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล
จากมติชน 25 มิถุนายน 2551
ผมรู้แล้วจะเลือกใครเป็นผู้ว่า กทมฯ


