Archive for the ‘การศึกษา’ Category
ชีวิตที่เรียบง่าย
ใครเคยอ่านกระบี่เย้ยยุทธจักรจะรู้ว่าพระเอกเป็นพี่ใหญ่ในสำนักมาตรฐานโดยมีอาจารย์เป็นผู้ดีจอมปลอม — คำว่าผู้ดีในที่นี้น่าจะหมายถึงคนดี ในขณะที่ตัวพระเอกเองนั้นนอกกรอบ ถ้าเราลองสืบดูก็จะพบว่าคนที่ได้ดิบได้ดีก็มักจะนอกกรอบ ใช้ชีวิตแบบที่ควรจะเป็นไม่กะเกณฑ์ชีวิต หรือเรียกว่าใช้ชีวิตแบบมีรสนิยมนั้นเอง — รสนิยมในที่นี้คือการในนิยมในรสชาติแบบผู้รู้ในรสชาตินั้น ๆ ประหนึ่งเบียร์ที่อุ่นอย่างไรซะก็เป็นเบียร์ที่มีรสชาติดีกว่าเบียร์ใส่น้ำแข็งเย็น ๆ นั่นเอง
ผมเองไปดูงานสอนของอาจารย์สองคนต่างภาควิชาฯ สถาบันเดียวกัน อาจารย์คนหนึ่งเวลาพูดถึงทฤษฏีใด ๆ ก็จะนำรูปหรือภาพงานที่ตัวเองกำลังทำหรือคนใกล้ตัวกำลังทำมาแสดงให้นักศึกษาดูแบบมีรสนิยม คือดูแล้วได้อารมณ์ร่วมและอยากเข้าร่วม ในขณะที่อาจารย์อีกคนไปแสวงหารูปภาพจากงานวิจัยที่ชาตินี้ตัวเองอาจจะไม่ได้สัมผัสหรือทำ ขอมาแปะไว้เพราะมันเท่ เผื่อนักศึกษาจะเสพความเท่แล้วหลงว่าตัวเองบินได้ อย่างหลังเนี่ยเรียกว่าไร้รสนิยมยิ่งนัก
ผมได้สัมผัสผู้คนมากมาย บางคนชีวิตต้องเท่ จะอ่านหนังสือซักเล่มต้องเท่ ต้องมีประเด็น อ่านไปก็ต้องจับประเด็น แม้กระทั้งการ์ตูน ก็ต้องการ์ตูนเท่ ๆ เท่านั้นถึงจะอ่าน เขียนถึงตรงนี้อดขำคำว่า “วรนุช” ไม่ได้ เพราะตอนนี้จากเท่กลายเป็นโหล จนไม่รู้ว่าคนแรก ๆ ที่แอบนิยมคำนี้ยังจะอยากพูดถึงอีกหรือไม่
คำว่า “รสนิยม” ถูกใช้มาก ๆ จากปากของอาจารย์สุกรี เจริญสุข ที่ผมรู้จักชื่อแกตั้งแต่ผมเรียนมัธยมตั้งหลายสิบปีก่อน ไม่แน่ใจว่าคำนี้แกต้องการจะสื่อถึงอะไร แต่แกทิ้งท้ายในบทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์มติชนว่า รัฐบาลแก้ปัญหาแบบไร้รสนิยม การศึกษาจึงไม่เจริญ ผมเข้าใจเอาเองว่า คำว่า “ไร้รสนิยม” ในที่นี้คือ ไม่รู้รส และนิยมมั่ว ๆ กล่าวคือฟังดนตรีโดยไม่รู้ความแตกต่างหรือเข้าใจความหมายแต่ดัดจริตเพราะ หรือกินไวน์แบบยกขวดกระดกเหมือนในหนังนั่นแหละ ดังนั้นคำว่ามีรสนิยม จึงไม่ได้หมายความว่าความหัวสูง การใช้ของแพง หรืออย่างใด แต่มันควรจะหมายถึงการรู้และเข้าใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่ รู้ว่ากำลังทำอะไร และอย่างไหนความให้ความสำคัญ ชื่นชมนิยมยกย่อง
แต่การจะยอมรับตัวเองว่าจะเป็นคนมีรสนิยมได้นั้นต้องเป็นก้าวข้ามความเป็นเซียนเป็นโปรก่อน กล่าวคือต้องใช้ออกได้ดั่งใจนึก แต่เมื่อเป็นคนมีรสนิยมแล้ว ซึ่งมักจะมีแค่ไม่กี่ด้าน ก็อย่าไปหลงละเมอว่าเป็นคนมีรสนิยมในหลาย ๆ เรื่องแล้วไปว่าคนอื่นไร้รสนิยม ที่สำคัญควรมีผลงานที่ปรากฎในวงกว้างซะก่อน
ในโลกของคณิตศาสตร์แล้ว อย่างด่วนตอบว่า…
ในโลกของคณิตศาสตร์แล้ว ถ้าไม่มั่นใจอย่างด่วนตอบว่า
มันอาจจะไม่เท่าก็ได้ Mann!
ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อ และ s เป็น Derivative Operator
ในขณะที่
40th Anniversary events (Apollo 11)
อยู่ดี ๆ ก็นึกครึ้มนั่งดูทีวีหลังจากตัดผมให้ลูกชายเสร็จ ดูจนถึงหลังเที่ยงคืนนั่นแหละ ปรากฎว่าโชคดีได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 40th ของการเหยียบดวงจันทร์ ซึ่งแน่นอนทีวีเยอรมันก็นำเอาสารคดีเกี่ยวกับเรื่องทฤษฎีลวงโลกมาฉายหลายช่อง ผมน่ะเชื่ออยู่แล้วครับว่าเขาไปเหยียบจริง แน่นอนเชื่อเพราะว่า NASA ตอบได้ทุกคำถาม และภาพที่เห็นมันสี่สิบปีที่แล้ว ก่อนผมเกิดตั้งหลายปี เหมือนเราดูหนัง Star Wars ภาค New hope เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนไงงั้นเลย มันเป็นเรื่องตื่นเต้นมาก แต่พอมาดู Star Wars เดี๋ยวนี้มันก็เห็นกันได้ทั่วไป ดังนั้นอย่าเอาความรู้สึกเดี๋ยวนี้ไปตัดสินเรื่องจริงไม่จริงของเมื่อสี่สิบปีก่อน
ปล. ตัดผมลูกไปก็ดู der Bear ไป มีเรื่องเกี่ยวกับวันเกิดพระจันทร์พอดี
Robocup 2009 เริ่มแล้วนะครับ
เมื่อวานกับวันนี้เป็นแค่การซ้อม พรุ่งนี้เริ่มแ่ข่งจริง ก็มีทีมไทยเข้าแข่งสามประเภทตามปกติ งานนี้เจ้าภาพจัดดีมาก มีวิดีโอรายงานภาพรวมมาสองวันแล้ว ติดตามได้ที่
robocup 2009
2 กรกฎาคม 2552
ในวันนี้เริ่มมีการแข่งขันแล้วในหลายรายการ สำหรับ small size league ก็ไม่น่ามีปัญหาสำหรับ Plasma Z กับ Scuba สองตัวแทนทีมไทยที่จะเข้าสู่รอบสอง ส่วนอีกการแข่งขันคือ Humanoid robot kid size ซึ่งผ่านรอบแรกแบบสบาย ๆ ตอนนี้แข่งรอบสองนัดแรกเจอแชมป์เก่า Darmstadt Dribblers เต็งหนึ่ง(มั้ง)จากเยอรมัน สอยไปหมดสภาพ แต่ยังน่าดีใจที่สามารถเอาชนะ UofM Humanoids (ทีมจากแคนนาดา) ในนัดที่สองได้แบบขาดลอย 8-0 ซึ่งต้องไปลุ้นนัดสุดท้ายกับ Robo-Erectus Jr ทีเพื่อนบ้านจากสิงค์โปร์ ถ้าดูตามฟอร์มแล้วน่าจะผ่านได้ไม่ยาก ส่วนรอบต่อไปควรจะเป็น 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งถ้าผมเดาไม่ผิดก็จะไปเจอ CIT Brains (Kid Size) จากญีุ่ปุ่น งานไม่หนักมากแต่น่าจะสนุกมาก ๆ เอาใจช่วยครับ ขอให้ได้ผ่านเข้ารอบสีทีมสุดท้ายเป็นอย่างน้อย
4 กรกฏาคม 2552
ทีมไทยมีลุ้นทุกทีมนะครับ Humanoids นั้นต้องลุ้นว่าจะโค่น CIT Brains (Kid Size) (เข้าใจว่าเต็งสี่่ ที่เหลืออีกสามทีมเยอรมันล้วน) ได้หรือไม่ ส่วน small-size นั้นปีนี้ scuba มาแรงมาก ได้ที่หนึ่งเรื่องเทคนิคอยู่ และทั้ง scuba กับ plasma-z ก็ได้เป็นทีมยืนในรอบ 8 ทีม อีกการแข่งขันหนึ่งคือทีมหุ่นกู้ภัยทีม iRAP PRO มีคะแนนเป็นที่หนึ่งอยู่ แต่คู่แข่งจากญี่ปุ่นและออสเตรเลียก็น่ากลัวหายใจรดต้นคออยู่ เอาใจช่วยทุกทีมนะครับ
สิ่งที่น่าสังเกตนะครับ หุ่นยนต์ อุปกรณ์ ต่าง ๆ ที่เราเห็นในการแข่งขัน robocup ปีที่ผ่าน ๆ มาที่ยังเป็นรุ่นแม่แบบอยู่ งานนี้มีออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายตามท้องตลาดเรียบร้อยแล้ว เช่น quad-copter ที่เห็นในห้องทดลองเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา ตอนนี้เป็นผลิตภัณฑ์ข่ายราคาไม่กี่หมื่นแล้ว
ล่าสุดทีม KMUTT (Humanoids) ก็ผ่านด่านหิน CIT Brains (Kid Size) ไปไม่ได้ พ่ายไปแบบสูสีคือ 5-2 ประตู ถือว่าทำได้ไม่เลวทีเดียวสำหรับปีนี้ ปีหน้าไปแค่สิงคโปร์ คงจะสนุกกว่านี้ เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางคงจะถูกลงไปเยอะ มีเงินพัฒนาหุ่นมากขึ้น ใครอยากรู้ว่าถ้าอยากอยู่ในระดับโลก ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ก็คร่าว ๆ ทีม scuba ของเกษตรเขาทุ่มเงินไป 3.4 ล้านบาท
ส่วน small size league นั้น จบรอบ 8 ทีมเรียบร้อย รอบ 4 ทีม Scuba พบ Plasma Z ศึกสายเลือดไทย งานนี้สูสี และสนุกแน่ครับ อีกสายเป็นการเจอกันของญี่ปุ่นเจอญี่ปุ่น ทีมหนึ่งชนะพลิกล็อครองแชมป์โลกอย่าง CMUdragon ที่มีปัญหาเรื่องการประมวลผลภาพ งานนี้แน่นอนแล้วว่าไทยชิงแชมป์กับญี่ปุ่น ต้องดูว่าทีมไทยจะรักษาแชมป์ หรือญี่ปุ่นจะมาสร้างตำนานบทใหม่ แต่ถ้าดูจากฟอร์มที่ผ่าน ๆ มาแล้ว ไทยแชมป์กับที่สามค่อนข้างแน่นอนครับ แต่เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับดวงด้วย
5 กรกฏาคม 2552
ปีนี้ทีมไทยเก็บรางวัลได้มากกว่าเท่าเดิมครับเพราะทีม Skuba กวาดรางวัลชนะเลิศทุกประเภทในการแข่งขัน small size คือชนะเลิศการแข่งขัน เทคนิคยอดเยี่ยม และเอกสารยอดเยี่ยมครับ ยินดีด้วย และทุกทีมก็ทำผลงานดีขึ้นในทุกการแข่งขัน
เทคนิคการเล่น Restaurant City แบบไม่ให้เสียเวลาเปล่า
Restaurant City เกมแบบที่ใช้ยุทธการแมลงหวี่ที่หาเล่นได้จาก facebook จะว่าไปแล้วมันก็คือเกม Pizza Tygoon ที่เล่นกันเมื่อสิบกว่าปีก่อนนั่นเอง ซึ่งเกมหลังเล่นไปเล่นมากลายเป็นมาเฟียไปเฉย ความสนใจในการทำร้าน Pizza ให้ได้ดีก็หมดไป ค้าอาวุธลูกเดียว ส่วนเกมที่มาทีหลังอย่าง Restaurant City นั้นมีวิธีการง่าย ๆ ที่เข้าใจได้ไม่ยาก ดังนี้
- คนปรุงอาหารต้องเพียงพอเสมอ สูตรตายตัวคือ 3 คนต่อพนักงานเสริฟ 1 คน
- ลูกค้าจะต้องใช้เวลาไปกลับให้นานที่สุด
- คนเสริฟจะต้องเดินทางให้สั้นที่สุด
ข้อสามนี้เองที่เป็นจุดสุดยอดของเกมนี้ กล่าวคือนี่คือปัญหา min max โดยมีเงื่อนไขที่ยากที่สุดคือคนต้องเ้ข้าไปนั่งได้ด้วย วันก่อนพึ่งนั่งเรียน Convex Optimization เรื่องการ Place ทำให้คิดว่าปัญหาข้อสามที่เราเจอบนเกมนี้สามารถหาค่าที่ดีที่สุดได้
ถ้าสังเกตุดี ๆ ปัญหาที่เกมนี้ในข้อสามคือ มันจะมีเหตุการณ์ที่คนเสริฟมักจะเดินจากมุมสุดของเตาไปยังอีกมุมของลูกค้าที่อยู่ไกลมาก ๆ อยู่เสมอ ๆ ซึ่งเป็นเรื่องไม่พึงประสงค์เพราะมีลูกค้าหลายคนรอให้เก็บโต๊ะ และพร้อมที่จะเดินหนี ถ้าเป็นคนเล่นก็คงเก็บโต๊ะก่อนแล้วค่อยไปเสริฟ กรณีอย่างนี้ถ้าเราเฝ้าดูจะพบว่าพนักงานเสริฟจะมีคิวของงาน กล่าวคืออะไรมาก่อนทำก่อน นั่นคือไม่ว่าคนเสริฟจะอยู่ตำแหน่งไหนก็ตามเมื่อเสร็จงานนั้น ๆ แล้วก็จะไปทำงานในคิวต่อไป โดยไม่สนใจว่างานนั้นจะอยู่ไกลเท่าไร่ ดังนั้นเพื่อให้การจัดโต๊ะเป็นไปอย่างดีที่สุดตำแหน่งของโต๊ะต้องทำให้พนักงานเสริฟเดินใกล้ที่สุด นั่นคือเราต้องหาวิธีการคิดที่จะทำให้ระยะทางที่ไกลที่สุดสั้นที่สุด และระยะทางนั้นต้องเป็นบวกด้วย ยังไม่พอเราต้องมีการคิดด้วยว่าถ้าคำตอบได้ระยะทางที่ไม่ไกลมาก แต่มีหลาย ๆ อัน ก็น่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นต้องมีการชั่งน้ำหนักว่าผลรวมของระยะทางต้องไม่มากเกินไปหรือต้องน้อยที่สุด มาลองเขียนปัญหานี้ดู
ในกรณีนี้ เป็นค่าน้ำหนักว่าเราสนใจกรณีไหนมากกว่ากัน ส่วน
เป็นโอกาสที่ลูกค้าจะเข้าถึงที่นั่ง ส่วนตัวแปรที่จะใช้ในการ minimize นั้นต้องคิดเอาเองนะครับ เพราะกรณีนี้ต้องมีโต๊ะที่คงที่กับโต๊ะที่เลือกวางได้ สมการของ
ก็จะหลากหลายแตกต่างกันออกไป
อาจารย์คณิตศาสตร์อาจจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างโจทย์ปัญหาให้นักศึกษาแก้โดยมีสนามจริงให้พิสูจน์ นั่นคืออาจารย์ก็เล่น Restaurant City พอไปถึงสถานการณ์ที่คนเสริฟจำกัด 2 คน คนปรุงอาหาร 5 คน ร้านมีพื้นที่จำกัด (แน่หละสิ) ก็จะเกิดปัญหานี้ขึ้นพอดี ก็ให้นักศึกษาเข้าไปแก้ไข แล้วก็เปิดเว็บลองเล่นกันดูเลยว่าของใครดีกว่าใคร อนึ่งปัญหานี้มันไม่ convex คำตอบจึงไม่เป็นคำตอบเดียว นักศึกษาสามารถแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญหาแบบ convex หรือใช้วิธีการแบบ nonconvex แต่ไปแก้ปัญหาเรื่องค่าตั้งต้น หรือลดจำนวนตัวแปรเอา ก็น่าจะสนุกดี กรณีตัวอย่างนี้น่าสนุกเพราะโดยปกติปัญหาที่ยกขึ้นมาในวิชาต่าง ๆ มันเป็นตัวอย่างง่าย ๆ พิสูจน์ความเข้าใจได้ด้วยการพยักหน้า แต่แก้ไขสถานการณ์จริงไม่ได้ ครั้นจะลองกับปัญหาจริง ๆ ก็ไม่มีใครกล้าลงทุนลงแรง อย่างนี้น่าจะสนุกกว่า
สิ่งที่ต้องระวังอย่างเดียวคืออาจารย์กับลูกศิษย์จะไม่ทำอะไรนอกจากแข่งกันเล่นเกมโดยใช้คณิตศาสตร์เข้าช่วยหรือเปล่าก็เท่านั้น
ถ่มน้ำลายรดฟ้า น้ำลายก็ตกลงบนหน้าตัวเอง
เห็นหรือยัง
Poor Guy in Cancun
พอผ่านพ้นการนำเสนอผลงานอันน่าเครียดไปแล้ว ผมก็มีเวลามารายงานความเป็นไปของชีวิตได้แล้ว
จริง ๆ แล้วผมค่อนข้างห่วย ถ้าเทียบกับระดับนักเรียนปริญญา้เอกทั่ว ๆ ไป แต่เผอิญผลงานเข้าตาคน
ตรวจเปเปอร์ ทำให้ได้เข้าร่วมประชุมทางวิชาการที่รู้จักกันดีในแวดวงคนระบบควบคุมซึ่งก็คือ
CDC 2008 และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมประชุมวิชาการเฉพาะทางแบบนี้ เดินไปทางไหนก็เจอคน
ที่พูดคุยกันในเรื่องเดียวกัน แถมหน้าตาคุ้น ๆ ยิ่งดูชื่อใน Proceedings ยิ่งเดินตัวลีบ
CDC 2008 นั้นตอบปฏิเสธเปเปอร์ไป 50% ในขณะที่เปเปอร์ที่ได้ตอบรับนั้นได้ผ่านการตรวจสอบ
ถึงสองขั้นตอน กล่าวคือจากกรรมการภายนอก แล้วยังผ่านกรรมการภายในอีก ดังนั้นการได้รับการ
ตีพิมพ์นั้นไม่ใช่ง่ายเลย ความรู้สึกแรกที่ได้เหยียบย่างเข้ามาประชุมวิชาการแบบนี้ก็คือรู้สึกกลัว
เพราะว่าตอนไปประชุมวิชาการอื่น ๆ ถึงแม้จะเจาะจงว่าระบบควบคุมก็ตาม จะเจอคนดังแค่คนหรือสอง
คนเท่านั้น ในขณะที่ที่นี่คุณจะเจอคนที่คุณเคยผ่านตา ดังบ้างไม่ดังบ้างหรือกำลังจะดังทุก ๆ ห้าก้าว
นั่นเป็นที่มาที่ทำให้ผมเครียดมาก ๆ (แม้แต่โปรฯ ที่ต้องไปนำเสนองานให้ลูกศิษย์ก็ยังเครียด เพราะว่า
ต้องไปนำเสนอในเรื่องที่ตัวเองไม่ถนัด และปรากฎว่าในถ้ำนั้นล้วนแต่เป็นเสือ สิงห์ กระทิง แรด ใน
สาขา ใคร ๆ ก็ไม่อยากโชว์โง่กันทั้งนั้น) ผมได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้คนโน้น คนนั้นเข้ามาฟังผมเลย
ด้วยหลายเหตุผล แค่ session chair (คนหนึ่งเคยเขียนอีเมล์ไปขอเปเปอร์ อีกคนหนึ่งเคยรู้จัก) ก็
เครียดพอแล้ว ปรากกฎว่า Jakop Stoustrup ที่เคยคิดว่าน่ากลัวกลับกลายเป็นคนน่ารัก น่าคบมาก
สิ่งที่ผิดคลาดคือ van den Hof ตั้งใจจะมาฟังผมพูดด้วย ผมพูดได้ไม่ดีนักเพราะว่าภาษาห่วย และ
ตอบคำุถามไม่ดีเพราะฟังไม่เข้าใจ เพราะฟังคนถามไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็แค่หนึ่งในสามเท่านั้นที่ไม่
รู้เรื่อง
มาเที่ยวนี้คุ้มมากเพราะได้เจอคนดังครบ ขาดอยู่คนเดียวคือ Boyd ไม่รู้ว่าทำไมไม่มา ที่ถ้าเป็น
ดาราก็ขอลายเซ็นต์กันมือหักไปแล้ว
ประสบการณ์อีกเรื่องหนึ่งที่น่าจดจำก็คือ การนำเสนอส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจคนฟังเท่าไหร่นัก พยายาม
ยัดอะไรมาเยอะแยะไปหมด ทำให้คนที่ไม่ได้ลงลึกในสาขานั้นจริง ๆ ก็จะไม่ค่อยได้อะไร สาขาที่ผม
ต้องนำเสนอผลงานนั้นเป็นสาขาการหาเอกลักษณ์ของระบบเพื่อการออกแบบระบบควบคุม สาขานี้ค่อย
ข้างโหดเพราะหน้าเดิม ๆ ทั้งนั้น และแต่ละคนก็เซียนเล่นเอาเครียดเลย แต่ก็ผ่านมาได้ ก็ถือว่าเป็น
การเติมเต็มชีวิตการเรียนของผม คราวหน้าผมก็คงไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากแล้ว
จัด University Ranking อย่างไรให้ดูดี
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับจุฬาฯ ก่อนที่ได้อันดับ 166 โดยการจัดของ Times Higher
Education ถ้าถือตามนี้ จุฬาฯ ดีกว่ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ในต่างประเทศหลาย ๆ มหาวิทยาลัย
ที่คนไทยนิยมไปเรียนด้วย
การจัดอันดับจะดีหรือไม่ดีนั้นต้องดูที่ดัชนีชี้วัด ว่าวัดด้านไหนอย่างไร ถ้าให้ความสำคัญกับรางวัล
โนเบล แค่นี้ลำดับก็เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว อนึ่งการจัดของ Times Higher Education นั้นใช้ดัชนีตลก จัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ใช้จำนวนนักศึกษาต่างชาติ
จำนวนอาจารย์ต่างชาติ จำนวนอาจารย์ต่อนักเรียน เหล่านี้เป็นเรื่องที่มีเงินมากก็อันดับขึ้นได้
สบาย มหาวิทยาลัยไหนงบน้อยอันดับก็ตกถ้าตามตารางนี้
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกทำมาหลายปี เน้นเพื่อธุรกิจแน่นอนไม่ต้องเถียงกัน เมื่อไม่นาน
มานี้เยอรมันเริ่มมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศของตัวเองบ้าง คงเน้นที่การดูข้อดีข้อเสีย
ของมหาวิทยาลัยตัวเอง คนเยอรมันไม่ค่อยจะยอมรับอันดับเหล่านี้เท่าไหร่ บางคนพอบอกว่าที่
นั่นเป็นอันดับหนึ่ง อาจจะมีการหัวเราะงอหาย การจัดอันดับของเยอรมันจึงออกมาเป็นการให้
เกรด และเน้นแยกประเภทของดัชนีชี้วัด
ใครอยากรู้ว่าการจัดแบบไม่เน้นธุรกิจเป็นอย่างไร ไปดูได้ที่ CHE University Ranking
แล้วก็จิ้ม ๆ เอา คุณสามารถจัด Ranking โดยตัวคุณเองโดยเลือกดัชนีชีวัดเอง ซึ่งการจัดแบบ
นี้น่าจะเหมาะสมมากสำหรับเมืองไทย นักเรียนสามารถเลือกมหาวิทยาลัยได้ตรงตามความต้อง
การของตัวเอง
อันที่จริงถ้าเรียนระดับปริญญาตรี การจัดของ Times Higher Education จะดูดีและมี
ประโยชน์มาก แต่พอเปลี่ยนเป็นระดับ โท เอก แล้ว ควรจะให้ความสำคัญกับจำนวนการตีพิมพ์
และการได้รับการอ้างอิง เป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะนั่นแสดงว่าอาจารย์ของคุณนั้น
ได้รับการยอมรับในระดับสากล
เพิ่มเติม ผลการจัดอับดับมหาวิทยาลัยไทย โดย สกอ.



