ผู้ใหญ่บ้าน Hamburg

someone in Hamburg who try to be expert in something

Robocup 2009 เริ่มแล้วนะครับ

leave a comment »

Robocup2009 Logo

เมื่อวานกับวันนี้เป็นแค่การซ้อม พรุ่งนี้เริ่มแ่ข่งจริง ก็มีทีมไทยเข้าแข่งสามประเภทตามปกติ งานนี้เจ้าภาพจัดดีมาก มีวิดีโอรายงานภาพรวมมาสองวันแล้ว ติดตามได้ที่
robocup 2009

2 กรกฎาคม 2552

ในวันนี้เริ่มมีการแข่งขันแล้วในหลายรายการ สำหรับ small size league ก็ไม่น่ามีปัญหาสำหรับ Plasma Z กับ Scuba สองตัวแทนทีมไทยที่จะเข้าสู่รอบสอง ส่วนอีกการแข่งขันคือ Humanoid robot kid size ซึ่งผ่านรอบแรกแบบสบาย ๆ ตอนนี้แข่งรอบสองนัดแรกเจอแชมป์เก่า Darmstadt Dribblers เต็งหนึ่ง(มั้ง)จากเยอรมัน  สอยไปหมดสภาพ แต่ยังน่าดีใจที่สามารถเอาชนะ UofM Humanoids (ทีมจากแคนนาดา) ในนัดที่สองได้แบบขาดลอย 8-0 ซึ่งต้องไปลุ้นนัดสุดท้ายกับ Robo-Erectus Jr ทีเพื่อนบ้านจากสิงค์โปร์ ถ้าดูตามฟอร์มแล้วน่าจะผ่านได้ไม่ยาก ส่วนรอบต่อไปควรจะเป็น 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งถ้าผมเดาไม่ผิดก็จะไปเจอ CIT Brains (Kid Size) จากญีุ่ปุ่น งานไม่หนักมากแต่น่าจะสนุกมาก ๆ เอาใจช่วยครับ ขอให้ได้ผ่านเข้ารอบสีทีมสุดท้ายเป็นอย่างน้อย

4 กรกฏาคม 2552

ทีมไทยมีลุ้นทุกทีมนะครับ Humanoids นั้นต้องลุ้นว่าจะโค่น CIT Brains (Kid Size) (เข้าใจว่าเต็งสี่่ ที่เหลืออีกสามทีมเยอรมันล้วน) ได้หรือไม่ ส่วน small-size นั้นปีนี้ scuba มาแรงมาก ได้ที่หนึ่งเรื่องเทคนิคอยู่ และทั้ง scuba กับ plasma-z ก็ได้เป็นทีมยืนในรอบ 8 ทีม  อีกการแข่งขันหนึ่งคือทีมหุ่นกู้ภัยทีม iRAP PRO มีคะแนนเป็นที่หนึ่งอยู่ แต่คู่แข่งจากญี่ปุ่นและออสเตรเลียก็น่ากลัวหายใจรดต้นคออยู่  เอาใจช่วยทุกทีมนะครับ

สิ่งที่น่าสังเกตนะครับ หุ่นยนต์ อุปกรณ์ ต่าง ๆ ที่เราเห็นในการแข่งขัน robocup ปีที่ผ่าน ๆ มาที่ยังเป็นรุ่นแม่แบบอยู่ งานนี้มีออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายตามท้องตลาดเรียบร้อยแล้ว  เช่น quad-copter ที่เห็นในห้องทดลองเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา ตอนนี้เป็นผลิตภัณฑ์ข่ายราคาไม่กี่หมื่นแล้ว

ล่าสุดทีม KMUTT (Humanoids) ก็ผ่านด่านหิน CIT Brains (Kid Size) ไปไม่ได้ พ่ายไปแบบสูสีคือ 5-2 ประตู ถือว่าทำได้ไม่เลวทีเดียวสำหรับปีนี้ ปีหน้าไปแค่สิงคโปร์ คงจะสนุกกว่านี้ เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางคงจะถูกลงไปเยอะ มีเงินพัฒนาหุ่นมากขึ้น ใครอยากรู้ว่าถ้าอยากอยู่ในระดับโลก ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ก็คร่าว ๆ ทีม scuba ของเกษตรเขาทุ่มเงินไป 3.4 ล้านบาท

ส่วน small size league นั้น จบรอบ 8 ทีมเรียบร้อย รอบ 4 ทีม Scuba พบ Plasma Z ศึกสายเลือดไทย งานนี้สูสี และสนุกแน่ครับ อีกสายเป็นการเจอกันของญี่ปุ่นเจอญี่ปุ่น ทีมหนึ่งชนะพลิกล็อครองแชมป์โลกอย่าง CMUdragon ที่มีปัญหาเรื่องการประมวลผลภาพ งานนี้แน่นอนแล้วว่าไทยชิงแชมป์กับญี่ปุ่น ต้องดูว่าทีมไทยจะรักษาแชมป์ หรือญี่ปุ่นจะมาสร้างตำนานบทใหม่ แต่ถ้าดูจากฟอร์มที่ผ่าน ๆ มาแล้ว ไทยแชมป์กับที่สามค่อนข้างแน่นอนครับ  แต่เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับดวงด้วย

5 กรกฏาคม 2552

ปีนี้ทีมไทยเก็บรางวัลได้มากกว่าเท่าเดิมครับเพราะทีม Skuba กวาดรางวัลชนะเลิศทุกประเภทในการแข่งขัน small size คือชนะเลิศการแข่งขัน เทคนิคยอดเยี่ยม และเอกสารยอดเยี่ยมครับ ยินดีด้วย และทุกทีมก็ทำผลงานดีขึ้นในทุกการแข่งขัน

Written by tsvhh

กรกฎาคม 1, 2009 at 12:08 pm

บันทึกโพสใน robocup, การศึกษา

การเพิ่มประสิทธิภาพกับการลดต้นทุนของบริษัทใหญ่

leave a comment »

อ่านความเห็นที่ว่า Nation ยังใช้ Cu Writer ในการพิมพ์งาน ด้วยเหตุผลแค่ว่าง่ายและถูก บริษัทคิดตื้นไปหรือเปล่าครับ  ถ้ายังจำกันได้ 7-11 ในไทยมีพนักงานเสนอให้ลดความยาวของสลิปรายการซื้อขาย แล้วบริษัทก็เอาไปทดลองวิจัย แล้วได้ผลคือลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ลงไปได้มาก

ที่ IKEA ฮัมบวร์ก ใครไปซื้อของสองสามชิ้นแล้วต้องรอจ่ายเงินจะรู้สึกว่าน่าเบื่อมาก แถวยาว สินค้าของ IKEA ก็ไม่เหมาะที่จะวางบนราง ทำให้เสียเวลาแต่ละคิวยาวมาก ๆ ลูกค้าก็คงน้อยลงไปด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน เช่นถ้าจะไปซื้อของ IKEA ก็ส่ายหน้า ด้วยเหตุผลแค่ว่าขี้เกียจรอจ่ายเงิน ซื้อแค่ไม่กี่ชิ้น  รู้ไหมครับว่า IKEA ทำอย่างไร อาจจะเดาว่าเพิ่มเคาท์เตอร์คิดเงิน ซึ่งน่าจะเป็นทางออกที่ดีเพราะการเพิ่มเคาท์เตอร์คิดเงินย่อมจะเพิ่มความเร็วในการคิดเงินได้ แต่ไม่หรอกครับ IKEA ทำตรงกันข้ามคือลดเคาท์เตอร์คิดเงินลงครึ่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนเป็นเคาท์เตอร์คิดเงินแบบบริการตัวเอง จากที่ช่องทางเดียวมีหนึ่งเคาท์เตอร์ก็กลายเป็นสี่ แต่คนต้องบริการตัวเองนะครับ (ใช้บัตรแทนเงินสด) ในหนึ่งช่องจะมีพนักงานคอยดูแลหนึ่งคน (ประหยัดค่าจ่ายคนงานได้อีก) ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะคนที่ซื้อของชิ้นเล็ก ๆ ไม่ต้องไปรอต่อคิว เสียเวลาแค่นาทีเดียวก็เดินปร๋อกลับบ้านได้แล้ว  แต่โมเดลนี้อาจจะใช้กับประเทศอื่นในยุโรปไม่ได้ ที่ใช้ในเยอรมันได้เพราะคนเยอรมันนั้นซื่อสัตย์มาก จำนวนการโกงต่อยอดขายจึงน้อยมาก

เมื่อวันก่อนก็พึ่งไป IKEA มา ซึ่งเป็นรอบที่ 25 เห็นจะได้ ก็พบกับสิ่งใหม่อีกแล้ว ปกติราคาฮ็อตด็อกบวกแก้น้ำกระดาษไข 30 cc (เติมไม่อั้น) จะราคา 1.50 ยูโร ตอนนี้เหลือ 1 ยูโร แต่แก้วนั้นเปลี่ยนเป็นแก้ขนาด 20 cc และเป็นพลาสติกแบบบางมาก ๆ มองผ่าน ๆ ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่เมื่อผมใช้บริการผมเข้าใจเลยว่าเป็นการลดต้นทุนได้มากโข เพราะแก้วแบบที่ว่าใช้ได้สามรอบก็เก่งแล้วครับ เพราะคุณภาพแก้วมันไม่เหมาะกับการเอาไปใช้กดน้ำอัดลมจากหัวกด นั่นคือแก้วเล็กลง จำนวนครั้งที่เติมได้จำกัด ลดการเวียนเทียนได้มากโขทีเดียว (กรณีนี้คนเยอรมันก็เติมและเวียนเทียนกัน ดื่มน้ำเต็มที่แล้วก็เก็บแก้วไว้ไปซื้อของแล้วกับมาดื่มใหม่ ไม่ต้องเสีย 50 เซ็นต์เพิ่ม) งานนี้ IKEA นอกจากจะได้ใจเพราะสินค้าถูกลง แต่ยังได้ลดต้นทุนแฝงอีกด้วย

บริษัทใหญ่ต้องไม่คิดตื้นครับ

Written by tsvhh

มิถุนายน 29, 2009 at 10:22 am

บันทึกโพสใน ขำ

Free Partition programs

leave a comment »

ใกล้เวลาได้ซื้อ Labtop ใหม่ในงบประมาณไม่เกิน 25,000 บาท ซึ่งจะมาพร้อมกับ FreeDOS แล้วก็จะลงโปรแกรม Windows ของมหาวิทยาลัย ซึ่งประหยัดเงินได้มากโข อย่างไรก็ตามต้องเตรียมดูโปรแกรมสำหรับแบ่งพาร์ติชันไว้ก่อน ก็มีดังนี้

  1. TestDisk
  2. Gparted

ตัวแรกน่าจะดูดีมีภาษีกว่านะ

Written by tsvhh

มิถุนายน 26, 2009 at 6:55 pm

บันทึกโพสใน Uncategorized

Tagged with

เทคนิคการเล่น Restaurant City แบบไม่ให้เสียเวลาเปล่า

leave a comment »

Restaurant City เกมแบบที่ใช้ยุทธการแมลงหวี่ที่หาเล่นได้จาก facebook จะว่าไปแล้วมันก็คือเกม Pizza Tygoon ที่เล่นกันเมื่อสิบกว่าปีก่อนนั่นเอง ซึ่งเกมหลังเล่นไปเล่นมากลายเป็นมาเฟียไปเฉย ความสนใจในการทำร้าน Pizza ให้ได้ดีก็หมดไป ค้าอาวุธลูกเดียว ส่วนเกมที่มาทีหลังอย่าง Restaurant City นั้นมีวิธีการง่าย ๆ ที่เข้าใจได้ไม่ยาก ดังนี้

  1. คนปรุงอาหารต้องเพียงพอเสมอ สูตรตายตัวคือ 3 คนต่อพนักงานเสริฟ 1 คน
  2. ลูกค้าจะต้องใช้เวลาไปกลับให้นานที่สุด
  3. คนเสริฟจะต้องเดินทางให้สั้นที่สุด

ข้อสามนี้เองที่เป็นจุดสุดยอดของเกมนี้ กล่าวคือนี่คือปัญหา min max โดยมีเงื่อนไขที่ยากที่สุดคือคนต้องเ้ข้าไปนั่งได้ด้วย วันก่อนพึ่งนั่งเรียน Convex Optimization เรื่องการ Place ทำให้คิดว่าปัญหาข้อสามที่เราเจอบนเกมนี้สามารถหาค่าที่ดีที่สุดได้

ถ้าสังเกตุดี ๆ ปัญหาที่เกมนี้ในข้อสามคือ มันจะมีเหตุการณ์ที่คนเสริฟมักจะเดินจากมุมสุดของเตาไปยังอีกมุมของลูกค้าที่อยู่ไกลมาก ๆ อยู่เสมอ  ๆ ซึ่งเป็นเรื่องไม่พึงประสงค์เพราะมีลูกค้าหลายคนรอให้เก็บโต๊ะ และพร้อมที่จะเดินหนี ถ้าเป็นคนเล่นก็คงเก็บโต๊ะก่อนแล้วค่อยไปเสริฟ กรณีอย่างนี้ถ้าเราเฝ้าดูจะพบว่าพนักงานเสริฟจะมีคิวของงาน กล่าวคืออะไรมาก่อนทำก่อน นั่นคือไม่ว่าคนเสริฟจะอยู่ตำแหน่งไหนก็ตามเมื่อเสร็จงานนั้น ๆ แล้วก็จะไปทำงานในคิวต่อไป โดยไม่สนใจว่างานนั้นจะอยู่ไกลเท่าไร่ ดังนั้นเพื่อให้การจัดโต๊ะเป็นไปอย่างดีที่สุดตำแหน่งของโต๊ะต้องทำให้พนักงานเสริฟเดินใกล้ที่สุด นั่นคือเราต้องหาวิธีการคิดที่จะทำให้ระยะทางที่ไกลที่สุดสั้นที่สุด และระยะทางนั้นต้องเป็นบวกด้วย ยังไม่พอเราต้องมีการคิดด้วยว่าถ้าคำตอบได้ระยะทางที่ไม่ไกลมาก แต่มีหลาย ๆ อัน ก็น่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นต้องมีการชั่งน้ำหนักว่าผลรวมของระยะทางต้องไม่มากเกินไปหรือต้องน้อยที่สุด มาลองเขียนปัญหานี้ดู

\text{minimize } \max x_i + \gamma\max x^T\bold{1}
\text{ subject to } x_i \geq 0, \quad y_j > 0

ในกรณีนี้ \gamma เป็นค่าน้ำหนักว่าเราสนใจกรณีไหนมากกว่ากัน ส่วน y_j เป็นโอกาสที่ลูกค้าจะเข้าถึงที่นั่ง ส่วนตัวแปรที่จะใช้ในการ minimize นั้นต้องคิดเอาเองนะครับ เพราะกรณีนี้ต้องมีโต๊ะที่คงที่กับโต๊ะที่เลือกวางได้ สมการของ x_i ก็จะหลากหลายแตกต่างกันออกไป

อาจารย์คณิตศาสตร์อาจจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างโจทย์ปัญหาให้นักศึกษาแก้โดยมีสนามจริงให้พิสูจน์ นั่นคืออาจารย์ก็เล่น Restaurant City พอไปถึงสถานการณ์ที่คนเสริฟจำกัด 2 คน คนปรุงอาหาร 5 คน ร้านมีพื้นที่จำกัด (แน่หละสิ) ก็จะเกิดปัญหานี้ขึ้นพอดี ก็ให้นักศึกษาเข้าไปแก้ไข แล้วก็เปิดเว็บลองเล่นกันดูเลยว่าของใครดีกว่าใคร อนึ่งปัญหานี้มันไม่ convex คำตอบจึงไม่เป็นคำตอบเดียว นักศึกษาสามารถแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญหาแบบ convex หรือใช้วิธีการแบบ nonconvex แต่ไปแก้ปัญหาเรื่องค่าตั้งต้น หรือลดจำนวนตัวแปรเอา ก็น่าจะสนุกดี กรณีตัวอย่างนี้น่าสนุกเพราะโดยปกติปัญหาที่ยกขึ้นมาในวิชาต่าง ๆ มันเป็นตัวอย่างง่าย ๆ พิสูจน์ความเข้าใจได้ด้วยการพยักหน้า แต่แก้ไขสถานการณ์จริงไม่ได้ ครั้นจะลองกับปัญหาจริง ๆ ก็ไม่มีใครกล้าลงทุนลงแรง อย่างนี้น่าจะสนุกกว่า

สิ่งที่ต้องระวังอย่างเดียวคืออาจารย์กับลูกศิษย์จะไม่ทำอะไรนอกจากแข่งกันเล่นเกมโดยใช้คณิตศาสตร์เข้าช่วยหรือเปล่าก็เท่านั้น

Written by tsvhh

มิถุนายน 14, 2009 at 9:48 am

บันทึกโพสใน การศึกษา, ขำ

Tagged with

ฤาจะเป็นจุดจบของกาแฟสำเร็จรูป

with 2 comments

วันก่อนไปหาซื้อกาแฟสำเร็จรูปเพื่อมาให้ภรรยาใช้ทำขนมเค้ก ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อที่ว่าชั้นวางขายกาแฟสำเร็จรูปในซุปเปอร์มาเก็ตที่เคยเต็มไปด้วยกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อต่าง ๆ หลากหลายจนเลือกไม่ถูก ปัจจุบันนี้เหลืออยู่สองยี่ห้อ คือยี่ห้อของห้างนั้น ๆ เอง (ซึ่งมีราคาถูก) กับยี่ห้องที่ใหญ่ที่สุดดังรูปข้าง ๆ ในขณะที่ถ้ามองไปทางซ้ายหรือขวาก็จะพบสิ่งที่มาแทนที่นั่นคือ กาแฟคั่ว ทั้งแบบที่บดแล้วกับที่ยังไม่บด (แนวโน้มแบบที่ยังไม่บดดูจะเพิ่มมากขึ้น) ซึ่งก็มีทั้งยี่ห้อดัง ไม่ดัง แพง ๆ ไม่แพงอยู่เต็มชั้นไปหมด

ในเยอรมันนั้นกระแสของกาแฟสด (ใช้ตามบ้านเรา) นั้นมีมานานแล้ว ส่วนบ้านเรานั้นเริ่มแพร่หลายเมื่อมีบ้านใร่กาแฟ ทำให้คนนิยมกาแฟขมมากขึ้น (ฮา) สาเหตุที่เมื่อก่อนกาแฟพวกนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ก็เพราะเหตุผลของราคา ถึงแม้จะเป็นกาแฟฟิลเตอร์ที่สามารถทำเองตามบ้านได้ด้วยเครื่องที่ราคาไม่แพงนัก แต่ตัวกาแฟคั่วบดก็ยังแพงอยู่ดี ส่วนกาแฟแบบเอสเปรสโซนั่นไม่ต้องพูดถึง ราคาสมัยนั้นยังห่างใกล้ครัวเรือนอยู่มาก คงเป็นเพราะเครื่องทำกาแฟแบบนี้ใช้งานยุ่งยาก กาแฟที่ได้ (ทำเอง) ไม่อร่อยคุ้มกับแรงที่ลงไป ยิ่งทำเลี้ยงเพื่อนฝูง (ที่มาเป็นฝูง) ด้วยแล้ว กว่าจะทำเสร็จก็ไม่ต้องทำอะไร ราคาของเครื่องทำกาแฟพวกนี้ยังแพงมากด้วย ผู้คนจึงยังไม่นิยมดื่มกาแฟพวกนี้ซักเท่าไหร่

http://pan5.fotovista.com/dev/5/1/00926015/t_00926015.jpgยุคถัดมาของกาแฟสำหรับครัวเรือนที่สำคัญมาก ๆ ไม่รู้ว่าบ้านเรามีหรือยัง (ไม่รู้จริง ๆ) ก็คือกาแฟสดกึ่งสำเร็จรูป กล่าวคือกาแฟคั่วบดจะถูกแพ็คไว้ในตลับที่เรียกว่า “แผ็ด” เมื่อต้องการดื่มกาแฟไม่ว่าจะแบบไหน รุ่นไหน เอสเปรสโซ เอสเปรสไม่โซ ใส่นม ไม่ใส่นม ก็แค่เอาแผ็ดมาใส่เครื่องแล้วกดปุ่ม รสชาติของกาแฟจะไม่ขึ้นกับฝีมือแล้วทีนี้ แต่จะขึ้นกับยี่ห้อ  เวลาทำเลี้ยงเพื่อนก็ง่าย เครื่องเดียวทำได้หลายแบบ พอออกมาหลายรุ่นแรก ๆ ก็แพงอยู่ คนมีอันจะกินก็จะมีติดบ้าน ขายดีมาก ๆ เข้าก็ออกมาหลายแบบหลายรุ่น ถูกแพงมีให้เลือกมากมาย กว่าที่คนจะรู้ว่าราคาแผ็ดนั้นมันเป็นราคาแฝงที่แพงมาก ๆ ก็ติดกาแฟรสชาติเข้มข้นซะแล้ว  ช่วงนี้่เองที่กระแสกาแฟครีม (กาแฟที่มีฟองเยอะ ๆ) ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น กาแฟพวกนี้รสชาติจะเบากว่าเอสเปรสโซเล็กน้อย แต่ฟองกาแฟนั้นอร่อยมากขอบอก

มาถึงยุคปัจจุบันกันดูบ้าง จากกาแฟแผ็ดที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม กลุ่มผู้ขายเครื่องทำกาแฟแบบไม่แผ็ด คือใส่เม็ดกาแฟคั่วแล้วกดปุ่มเลยก็คงนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องโหนกระแสที่คนนิยมดื่มกาแฟเข้มข้นกันมากขึ้น ก็ผลิตเครื่องทำกาแฟสดสำเร็จรูปแบบใส่เม็ดกาแฟคั่วในราคาของเครื่องทำกาแฟแผ็ดออกมาเต็มตลาด (ราคาอาจจะแพงกว่าพอสมควรแต่ไม่มากนักสำหรับรุ่นเล็กสุด) เครื่องทำกาแฟพวกนี้อาศัยโอกาสที่ว่ากาแฟคั่วนั้นถูกกว่ากาแฟแผ็ดแน่นอนแล้วหาซื้อได้ทั่วไป คนจึงให้ความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากจะปรุงกาแฟได้ไม่ยุ่งยากนัก เม็ดกาแฟยังราคาไม่แพงอีกด้วย

ยุคนี้กาแฟแผ็ดทำท่าจะแย่ เพราะแพงกว่า แต่ก็มีการแก้เกมส์ด้วยการเพิ่มรส มีระดับความเข้มของกาแฟที่หลากหลาย และได้เปรียบตรงที่สามารถควบคุมรสชาติกาแฟได้ดีกว่า ที่ดูเหมือนจะทำตลาดได้ดีก็น่าจะเป็นของ nespresso ที่มีมากกว่า 20 รส แถมผู้ผลิตกาแฟลงมาเล่นในตลาดเองด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิตเครื่องหลากยี่ห้อป้อนสู่ท้องตลาดให้อีกด้วย เป็นอันว่าตลาดนี้อยู่ตัวและรอดชีวิต ส่วนร้านกาแฟนั้นไม่ต้องพูดถึงนะครับ คนติดกาแฟเข้มข้น ร้านกาแฟรับรองแน่น กาแฟที่น่าห่วงคือกาแฟฟิลเตอร์และผู้ผลิตกาแฟคั่วบดมากกว่า แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อความนิยมในกาแฟเพิ่มมากขึ้นกาแฟในตลาดนี้จึงอยู่รอดไปด้วย เนื่องจากราคากาแฟพวกนี้ถูกลงไปมาก คนดื่มกาแฟฟิลเตอร์ที่บ้านอย่างผมเลยรอดตัว มีกาแฟถูกดื่มทุกเช้าและก็รอดตัวไป

แต่ตลาดที่ไม่รอดแน่ ๆ และจะตายไปในที่สุดก็คือกาแฟสำเร็จรูป ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ไม่รอด แถมพี่ใหญ่อย่าง nescafe ก็ดูเหมือนจะมีตลาดรองรับอยู่แล้ว ในยุโรปก็รอวันตายเท่านั้นเอง ทั้งนี้และทั้งนั้นผู้คนที่คุ้นเคยกับกาแฟเข้มข้นแล้วเมื่อกลับไปดื่มกาแฟสำเร็จรูปมันจะไม่ถามอะไรกับดื่มน้ำต้ม เหตุนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของกาแฟสำเร็จรูป

Written by tsvhh

พฤษภาคม 31, 2009 at 1:14 pm

บันทึกโพสใน Uncategorized

Tagged with

รถไฟเยอรมันดีจริงหรือ

leave a comment »

ระบบรถรางในเยอรมันนั้นถือว่าเียี่ยมยอดมาก  ซึ่งถ้านับเฉพาะรถไฟระหว่างเมืองก็มีด้วยกันถึง 6 แบบ คือ ICE (InterCityExpress) ,  EC (EuroCity), IC  (InterCity),  RE (RegionExpress) , ME (Metro) และ RB (Regionalbahn)  ไล่เรียงกันตามความดีงาม  เมื่อก่อนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะรถรางกว้าง (นึกไม่ออกให้เทียบกับรางรถไฟฟ้า) วิ่งเร็วมันก็น่าจะดีกว่ารถไฟไทยอย่างเห็นได้ชัด อยู่มาัวันหนึ่งเพื่อชาวเยอรมันพูดขึ้นมาว่า “เอาอะไรมาพูด รถไฟไทยดีกว่ารถไฟเยอรมันตั้งเยอะ เทียบราคาสิ” ผมไม่เชื่อหรอกแค่ห้องน้ำกับเรื่องความตรงเวลาก็เทียบกันไม่ติดแล้ว (รถไฟชั้นหนึ่งของไทย การสายครึ่งชั่วโมงถือเป็นเรื่องปกติ แถมการปล่อยสิ่งไม่พึงประสงลงรางรถไฟนั้นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว) ยิ่งถ้าเทียบว่ารถไฟเยอรมันนั้นดีที่สุดในประเทศยุโรปด้วยกันแล้วยิ่งไม่อยากเทียบกับรถไฟไทย แต่ความจริง ก็เป็นความจริงวันยังค่ำ หลังจากถกกันวันนั้นแล้วผมกับภรรยาก็เริ่มคิดเปรียบเทียบ แล้วก็ได้เห็นสิ่งแย่ ๆ ของรถไฟเยอรมันมากมาย

ถ้าไม่ใช่ ICE ซึ่งราคาแพงสุดแล้วหล่ะก็ไม่ต้องพูดถึงความสะดวกสบายเลย ICE เป็นรถไฟระบบเดียวในเยอรมันที่ประกันความตรงเวลา คือถ้าช้ากว่ากำหนดคุณจะเริ่มสังเกตถึงสิ่งผิดปกติได้ ถ้าช้ามากระดับครื่งชั่วโมงก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับของฟรี ส่วนรถไฟอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก EC (ประเทศอื่นในยุโรปไม่ตรงเวลา) แล้วในหน้าหนาวก็ถือว่าตรงเวลามาก ๆ แต่หายนะมาเยือนทันทีเมื่อถึงวันที่อากาศดี ไม่ว่าฤดูไหน ๆ ขอให้มีแดดและอากาศอุ่นเถอะ คนเยอรมันจะออกมาใช้บริการรถไฟกันมากมาย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่อากาศดี ก็ตั๋วราคาแค่ 37 ยูโร ก็ร่วมทางไปได้ 5 คน ทั่วเยอรมัน  ฤดูที่อากาศเริ่มร้อนนั้นไม่เหมาะกับการนั่งรถไฟระดับ IC ลงไปอย่างยิ่ง คนแน่น คนเยอะทำให้ขึ้นรถไฟช้า มีคนขนจักรยานขึ้นรถไฟเยอะ  วันก่อนนั่งรถไฟไปแค่หนึ่งชั่วโมง แต่เนื่องจากเพื่อนร่วมทางเยอะทำให้รถไฟช้าไปยี่สิบนาที ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาเยอะมากครับ เพราะยี่สิบนาทีที่ว่าทำให้เราพลาดรถไฟคันถัดไป และต้องนั่งตบอากาศธาตุไปสองชั่วโมงโดยไม่ได้ทำอะไร เรื่องแบบนี้ก็พอยอมกันได้ แต่ที่แย่สุด ๆ ก็คือ รถไฟแบบ RE ลงไปนั้น มีการออกแบบชั้นวางของที่วางของไม่ได้ คือใส่ของที่หน้าได้แค่ประมาณครึ่งฟุต แค่นี้จะใส่อะไรได้หล่ะครับ ผลเสียตามมาคือคนก็เอากระเป๋าวางที่ที่นั่งบ้าง ทางเดินบ้าง เมื่อมารวมกับนิสัยเห็นแก่ตัวของคนเยอรมันส่วนหนึ่ง(ประมาณครึ่งประเทศ) ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่  กล่าวคือคนเยอรมันพวกนี้จะไม่สนครับคือถ้าฉันวางของบนที่นั่งได้ แล้วมีคนยืนไม่ว่าจะเด็กพวกนี้จะไม่สนใจนะครับ ไม่หลบไม่หลีกหรือแสดงท่าทีว่าจะยกของหลีกทางให้คนอื่นนั่ง  คนที่ไม่คุ้นกับคนเยอรมันก็จะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนดูกระเป๋านั่ง นี่ไม่ใช่เฉพาะคนไทยนะครับ คนอังกฤษก็เคยยืนบ่นมาแล้วว่าเก้าอี้พวกนี้ทำไว้ให้กระเป๋านั่ง  บางพวกหนักขนาดนั่งและวางกระเป๋าบนบันไดทีเดียว แล้วคนจะเดินกันยังไงหล่ะครับ

เมื่อเหตุการณ์มาครบองค์ อากาศร้อน รถไฟไม่มีเครื่องปรับอากาศ นิสัยแย่ ๆ ของคนเยอรมันส่วนหนึ่ง ความเหม็นของคนเยอรมันอีกส่วนหนึ่ง รถแน่น (แน่นขนาดเดินกันแทบไม่ได้)  รถไฟดีเลย์  รถไฟเยอรมันจึงดูไม่จืด  ถ้าเทียบกับรถไฟไทยแล้วผิดกัน ผมยังประทับใจไม่หายกับการได้นั่งตู้นอนของการรถไฟไทย ถึงแม้จะช้า หวานเย็น แต่ก็ไปได้เรื่อย ๆ พร้อมกับน้ำใจของคนไทย มันสบายผิดกัน

เรื่องนี้คงปิดท้ายที่ว่า ไปไหนหน้าร้อน ICE เท่านั้น

Written by tsvhh

พฤษภาคม 28, 2009 at 4:17 pm

บันทึกโพสใน ขำ

Tagged with

แมนยูฯ แพ้ บาร์ซ่า ก็สมควร

leave a comment »

ท่านเซอร์จัดตัวเอาใจนักเตะเกินไปหรือเปล่า ปาร์ค กับ กิ๊ก ลงเป็นตัวจริงตั้งแต่ต้นเกมเนี่ยผมว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตอนเปลี่ยนเอา เตเวช ลงแทนแอนเดอร์ตัน ผมว่าบ้าไปแล้ว ผมดูเกมแล้วผมว่าปาร์คตื่นสนามวิ่งไล่บอลแบบไม่มีทิศทางเท่าไหร่ เล่นกับบาร์ซ่า่เล่นแบบ 4-3-3 ผมว่าไม่เหมาะ เล่นไปเล่นมากลายเป็น 6-2-2

ถ้าเป็นผม ผมจะเอาเบิบลงตั้งแต่ต้นเกม ยังไงก็น่าจะดีกว่า  อย่างไรก็ตามการเล่นของแมนยูเมื่อคืน ผมว่าโอเคนะ ครองบอลได้พอสมควรไม่น่าเกลียดแบบปีที่แล้ว  47.3 ต่อ 52.7 เนี่ย ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ความพ่ายแพ้ผมว่าไม่ใช่ เมสซี่ นะ ไอ้แค่โหม่งลูกฟลุ๊กได้แค่นั้นทำไมถึงให้คะแนนเต็มสิบ มีจังหวะเสียฟอร์มหลายจังหวะด้วยซ้ำ ผมว่าเป็นเพราะ ปูยอย มากกว่า

ดูจากคะแนนผู้เล่นแล้ว ผมว่าบ้าไปแล้ว แมนยูฯ เล่นห่วยขนาดนั้นเหรอ ซึ่งไม่จริงเลย มีหลาย ๆ จังหวะที่แมนยูฯ สะกดบาร์ซ่าได้  สิ่งที่ท่านเซอร์ทำผิดคือเชื่อในพลังผู้เล่นหนุ่ม ๆ มากเกินไปมากกว่า  อยาลืมนะครับ บาร์ซ่าทีมนี้ถล่มบาเยินเละตุ้มเปะมาแล้ว  สิ่งที่แมนยูฯ ต้องแก้ไขคือตัววางบอลไกล ซึ่งในทีมเมื่อคืนไม่มีเลย คาร์ริค ถึงจะประคองเกมได้แต่วางบอลไกลไม่ได้ก็จบ

แต่เมื่อวานบอลสนุกนะ

Written by tsvhh

พฤษภาคม 28, 2009 at 10:21 am

บันทึกโพสใน Manutd

Tagged with

dt\dt ไม่เท่ากับ 1 เสมอไป

leave a comment »

ช่วงนี้กำลังเปลี่ยนจากโลกเดิม ๆ ไปยังโลกใหม่ โลกเดิม ๆ คือโลกที่สลับข้างได้ ส่วนโลกไม่คือสลับข้างไม่ได้ (ตัวอย่างเช่นการคูณกันของเมตริกซ์) ผมได้อธิบายให้ใครต่อใครยอมรับว่า

\frac{d}{dt}t = t\frac{d}{dt} + \frac{dt}{dt}

ทุกคนตกใจ แล้วบอกว่าเป็นไปได้ไงวะ ทำไมไม่เท่ากับ 1

Written by tsvhh

พฤษภาคม 21, 2009 at 9:20 am

บันทึกโพสใน Uncategorized

Tagged with ,

ว่าด้วยเรื่องโจ๊ก ๆ

leave a comment »

เมื่อวานภรรยาทำก๊วยเตี๋ยวหมูตุ๋นให้ทาน คราวนี้ปรุงเครื่องให้เสร็จ ก่อนจะตัดพ้อว่า “ถ้าไม่ปรุงให้ก็คงทนกินแบบจืดชืด” จริง ๆ แล้วไม่ต้องทนกิน แต่ชอบกินอะไรที่มันเป็นรสดั้งเดิม ถ้าจะเล่าประวัติให้ฟังหน่อยก็คงจะพอได้ว่าผมเป็นคนไม่ค่อยปรุงรสอาหารมานานแล้ว กินอะไรที่ไหนก็กินเท่าที่มีอยู่ (ปรุงบ้างบางครั้ง) เหตุเริ่มต้นมาจากความไม่ชอบส่วนตัวกับคนที่ซื้อผลไม้กินแล้วร้องขอ พริงกับเกลือ โดยที่ไม่ได้คำถึงถึงรสชาติผลไม้  จริง ๆ แล้วการปรุงรสเพื่อให้อาหารอร่อยขึ้น นั้นนอกจากสนุกแล้วยังทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้นด้วย ผมเองก็มีข้อยกเว้นอยู่สำหรับอาหารสองประเภท อย่างแรกคืออาหารที่ต้องกินกับพริกดอง อย่างที่สองคือโจ๊ก  ส่วนชูซิ นั้นไม่นับเพราะวาซาบิถือเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร

ทำไมอาหารประเภทแรกต้องปรุง พวกข้าวหมูแดง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวขาหมู ก็ไม่มีอะไรมาก ก็มันชอบกินพริกดอง ก็เท่านั้นเอง ส่วนประเภทที่สองที่ต้องปรุงนั้นเป็นเพราะดู ชิมไป บ่นไป สมัครพูดถึงการกินโจ๊กให้อร่อย ต้องใส่พริกน้ำส้ม พอลองกินดูก็ติดใจนับแต่นั้นมา

พูดถึงโจ๊ก อาหารประเภทนี้ถูกปากคนไทยมานานมาก เพราะกินง่าย อร่อย โจ๊กที่อร่อยทีุ่สุดที่เคยกินมาคือที่โจ๊กเมืองเลย ไปเที่ยวหน้าหนาวกับเพื่อน ๆ ไปแวะกินโจ๊กที่นั้นเป็นมื้อแรกของวันในตอนเช้าตรู่ เป็นการแกล้มการเดินเที่ยวตลาดสดเมืองเลย ตลาดสดในสายหมอก เพื่อนคนนำทริปแนะนำว่าต้องไปตลาดตอนหมอกลง ซึ่งไม่ผิดหวัง โจ๊กที่ว่านั้นมีลักษณะเป็นมูก คือต้มข้าวให้เป็นมูก ซึ่งน่าจะเป็นข้าวที่มีลักษณะเฉพาะ ส่วนเครื่องในโจ๊กนอกจากหมูบดก้อนแล้วก็ยังมีเครื่องในหมู ที่เน้น ๆ และขาดไม่ได้ก็คือกระเพาะหมู  กระเพาะหมูกับโจ๊กร้อน ๆ นั้นเข้ากันมาก เพราะกระเพราะหมูมันกุ๊บกรอบ ในขณะที่ตัวโจ๊กก็ร้อนลื่นได้ที่ ตั้งเข้าปากพร้อมกับพริกป่นโรยหน้ากินเข้าไปคล่องคอยิ่งนั่น  กินแกล้มปาท่องโก๋ชิ้นเล็ก ๆ ก็อร่อยราวกับได้ขึ้นสวรรค์ทีเดียว โจ๊กร้อน ๆ ตอนเช้าตรู่ท่ามกลางอากาศที่หนาวจับใจ ยังประทับใจผมไม่รู้ลืม

แต่โจ๊กที่ผมชอบถึงแม้จะไม่ได้อร่อยเท่าโจ๊กเมืองเลย ก็คือโจ๊กที่ผมกินทุกเช้าอยู่ช่วงหนึ่ง และเป็นโจ๊กที่ผมกินกับพริกน้ำส้ม โจ๊กร้านนี้ผมกินทุกครั้งที่กลับบ้านตอนเช้าเพื่อไปอาบน้ำก่อนไปทำงานสวนทางกลับชาวบ้าน (ไม่่ต้องเดาอาชีพผมนะครับ) ไปถึงร้านก็จะเป็นลูกค้ารายแรก ๆ บางทีต้องรอโจ๊กเดือดด้วยซ้ำ โจ๊กร้านนี้มีลักษณะพิเศษคือเป็นโจ๊กที่ยังมีข้าวเป็นเม็ด ๆ ผสมอยู่ เครื่องก็ขาดไม่ได้คือมีกระเพาะหมู เวลาไปถึงร้านก็สั่ง ใส่ไข่ใส่ทุกอย่าง ซักพักก็ได้กิน โจ๊กที่ว่าเนื่องจากมีเม็ดข้าวผสมทำให้กินแล้วหนักท้องพอสมควร เวลาใส่ไข่ก็จะคาวเล็กน้อย เจ้าของร้านจะใส่เครื่องโรยหน้ามาให้สามอย่าง คือหอมผักชี (ผักชีไม่ได้ทำให้สวยอย่างเดียว แต่ทำให้กลิ่นดีอีกด้วย)  ขิงซอย และซอยปรุงรส  ไปนั่งซักพักเจ้าของร้านก็จะยกมาเสริฟพร้อมกับน้ำเย็นหนึ่งแก้ว ทุก ๆ เช้าผมก็จะทำเหมือนเดิม ตักพริกน้ำส้มค่อนช้อนโต๊ะแล้วก็คนคลุกโจ๊ก จนไข่แดงผสมกับเนื้อโจ๊กเป็นสีเหลืองนวล ปล่อยให้ไข่สุกอีกหน่อยก็เริ่มลงมือกินได้ เวลาคุณละเลียดเนื้อโจ๊กตักพอคำแล้วใส่ปาก มันจะมีเม็ดข้าวนุ่ม ๆ ให้เคี้ยวสนุกปาก เวลาเคี้ยวไปเจอพริกดอง ที่เป็นพริกขี้หนูดองซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ คุณก็จะได้รสเปรี้ยวปนเผ็ดอร่อยสนุกลิ้นทีเดียว ตักโจ๊กร้อน ๆ ที่ยังมีคันคุ้งหนึ่งคำสลับกับหนึ่งคำที่ปนเครื่องในหมู ซักพักก็หมดถ้วย กินตอนเช้า ๆ อร่อยอย่าบอกใคร

อิ่มแล้วก็กลับบ้านไปอาบน้ำแล้วไปทำงานต่อ

Written by tsvhh

พฤษภาคม 17, 2009 at 10:21 am

บันทึกโพสใน ส่วนตัว

อยากได้หนอ

leave a comment »

Intel Core 2 Duo T7300 2x 2.0 GHz / 2048 MB DDR2 RAM / 120 GB Festplatte / 14″ TFT WXGA / CD-Brenner/DVD-ROM / WLAN 802.11abg / Bluetooth / Fingerprint / Vista Business

699 ยูโร เองพ่อคุณ

Written by tsvhh

พฤษภาคม 15, 2009 at 6:40 am

บันทึกโพสใน Uncategorized